Videos

Videos
  • ฝังเข็มเพิ่มความสูง กับรายการ TV3

    พบกับคำถามยอดฮิตและคำตอบ จากคุณหมอของทาง PaiChao Clinic 1.   การฝังเข็ม สามารถช่วยเพิ่มความสูง ได้อย่างไร          ตอบ : วิธีการฝังเข็มเพื่อเพิ่มความสูงนั้นเราจะฝังด้วยกันอยู่ 2 ส่วน 1.   การฝังเข็มเพื่อปรับระบบทางเดินอาหารและการย่อยอาหาร เพื่อให้ร่างกายมีการขับถ่ายที่ดี    และพร้อมที่จะรับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย 2.   การฝังเข็มเพื่อปรับระบบเลือดและลมปราณ ซึ่งในทางการแพทย์ปัจจุบันจะเรียกกันว่า ระบบการไหลเวียนเลือดและฮอโมน ซึ่งจะทำให้การลำเรียงสารอาหารทีจำเป็น ไปยังอัยวะส่วนต่างๆได้ดีขึ้น รวมถึงสมดุลทางด้านฮอโมน ที่ช่วยในการเจริญเติบโต และเพิ่มความสูงในเด็ก ที่สำคัญคือโกรทฮอโมนและฮอโมนเพศ ที่จะช่วยในเรื่องของการเสริมสร้างกระดูก 2.   การฝังเข็ม เพื่อเพิ่มความสูง สามารถเพิ่มความสูงให้เด็กได้แค่ไหน (สูงเพิ่มขึ้นได้ประมาณกี่ ซม.) ตอบ : จากประวัติและข้อมูลคนไข้ของทางคลินิก เด็กที่กระดูกยังไม่ปิด สามารถสูงขึ้นในปีแรกได้ถึง 8 เซนติเมตร และสำหรับผู้ที่กระดูกปิดแล้ว     ในปีแรกที่เข้ารับการบำบัดจะสูงขึ้นถึง 5 เซนติเมตร 3.   ควรทำในเด็กที่มีช่วงอายุเท่าไร จึงจะได้ผลจริง ตอบ : ตาม record  ของทางคลินิก เรามีคนไข้ที่อายุ […]

  • ฝังเข็ม หมอนรองกระดูก

    วิธีการบำบัดแบบองค์รวมของการแพทย์จีน การรักษาโรคหมอนรองกระดูกคอ หลังด้วยยาแก้ปวด ยาลดการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อหรือยาสเตอรอยด์อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย เนื่องจากเป็นเพียงการระงับอาการปวดและอักเสบไว้ชั่วคราวเท่านั้นและมิได้หยุดยั้งการลุกลามของโรค ที่สำคัญคือพิษของยาจะก่อให้เกิดการระคายเคืองของกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารไม่ย่อยและเลือดออกในกระเพาะอาหาร พร้อมทั้งส่งผลกระทบต่ออวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย ส่วนในรายที่มีอาการรุนแรงนั้น วิธีการผ่าตัดอาจได้ผลดี แต่อาจไม่เหมาะกับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว อีกทั้งผู้ป่วยหลายๆ คนก็ยังลังเลในเรื่องค่าใช้จ่าย ความยุ่งยากและความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจตามมา ดังนั้น การแพทย์จีนจึงนิยมบำบัดโรคกระดูกคอด้วยวิธีแบบองค์รวม ดังนี้ -ทะลวงหลอดเลือดและเส้นลมปราณบริเวณคอและไหล่สลายเลือดคลั่ง ทำให้หลอดเลือดและเส้นลมปราณโล่งขึ้น เส้นเอ็นกล้ามเนื้อและกระดูกคอจะได้รับการหล่อเลี้ยงได้มากขึ้น เพื่อบรรเทาอาการปวดและหยุดยั้งการลุกลามของโรค -ขจัดพิษของลมและเย็นชื้นที่สะสมอยู่ตามบริเวณไหล่และคอ เพื่อขจัดสาเหตุสำคัญของโรคกระดูกคอ -บำรุงเลือดลม กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต เลือดจึงไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น -เสริมสร้างพลังลมปราณ ทำให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดภาวะเส้นลมปราณติดขัด อาการปวดต้นคอ ไหล่และสะบัก อาการปวดร้าวและอ่อนแรงที่แขนและมือ อาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ สายตาพร่าและอาการอื่นๆ ที่เกิดจากโรคกระดูกคอจึงค่อยๆ ทุเลาลงหรืออาจหายไปในที่สุด การฝังเข็มรักษาภาวะหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ยังช่วยลดการอักเสบ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด กระตุ้นการฟื้นตัวของเส้น ช่วยคลายกล้ามเนื้อมิให้หดเกร็งเพื่อยับยั้งการเจ็บปวด ผลการรักษาเห็นผลได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาประมาณ 2 สัปดาห์  การฝังเข็มรักษาจึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงในการผ่า ตัดสูง เช่น ผู้ป่วยสูงอายุหรือมีโรคประจำตัวมาก

  • ฝังเข็ม เพิ่มความสูง

    ในการทดลองทางคลินิก ที่มีผู้ป่วยหลายรายซึ่งเป็นโรคกระดูกพรุน รวมถึงคนไข้ที่ต้องการเพิ่มความสูงโดยมองหาแพทย์ทางเลือก ก็พบว่าการฝังเข็มให้ผลการรักษาที่ดี เนื่องจาก การฝังเข็มเข้าไปปรับระดับฮอร์โมน และเซลล์ที่ใช้ในการเจริญเติบโตของไขกระดูกจึงสามารถเพิ่มการเจริญเติบโตในวัยเจริญพันธุ์ โดยเป็นผลออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน การฝังเข็มเพิ่มความสูงนั้น ใช้หลักใหญ่ๆ ในการเพิ่มความสูงคือ การฝังเข็มผ่านจุดบนเส้นลมปราณเพื่อปรับสมดุลของอวัยวะในร่างกาย เพื่อให้ได้ผลที่ดีในการเพิ่มความสูงต้องมีปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้ บำรุงม้าม เพิ่มพลังชี่ ทำให้ร่างกายสมบูรณ์ เพิ่มความแข็งแรงของไต ทำให้เก็บกักสารที่จำเป็นของการสร้างสารไขกระดูกในกระดูก ช่วยในการผ่อนคลายตับ บำรุงเส้นเอ็น ในการพัฒนาความสูง ช่วยในการกระตุ้นข้อต่อต่างๆของร่างกาย โดยใช้จุดบริเวณข้อต่อ เพื่อให้เลือดลมมาเลี้ยงกระดูกต่างๆ นำไปพัฒนาในการสร้างกระดูก การฝังเข็มที่ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้ยืดหยุ่น เพื่อตอบรับการยืดตัวและการพัฒนาของกระดูก วิธีการเพิ่มความสูงโดยการฝังเข็ม โดยใช้หลักการต่างๆที่กล่าวมาข้างต้น ใช้การฝังเข็มเข้าไปกระตุ้นตามกระดูก และเส้นลมปราณ รวมถึงกล้ามเนื้อเป็นหลัก อาจจะใช้เข็มฝัง โดยเลือกจุดบริเวณหลังและท้อง เพื่อช่วยในการบำรุงม้ามและกระเพาะในการปรับสมดุลของอวัยวะภายใน ในเวลาเดียวกัน ก็จะเลือกจุดบริเวณข้อต่อเพื่อทำการฝังเข็มร่วมด้วย จะทำให้เกิดการพัฒนา และเจริญเติบโตของกระดูกบริเวณข้อต่อ โดยใช้ศาสตร์การแพทย์แผนจีนทางด้านการฝังเข็ม และการปฏิบัติตามข้อปฎบัติอย่างเคร่งครัด น้องๆหลายคนก็จะได้ความสูงตามที่แพทย์แผนจีนที่ไป๋เฉ่าคลินิกประเมิน

เนื้อหาการเพิ่มความสูง ขาโก่ง

การฝังเข็มเพื่อ เพิ่มความสูง

 การฝังเข็ม เพิ่มความสูง เป็นการฝังเข็มผ่านจุดบนเส้นลมปราณเพื่อปรับสมดุลของอวัยวะในร่างกาย เพื่อให้ได้ผลที่ดีในการ เพิ่มความสูง ต้องมีปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้ การ ฝังเข็ม บำรุงม้ามเพื่อ เพิ่มพลังชี่ทำให้ร่างกายสมบูรณ์  เพิ่มความแข็งแรงของไตทำให้เก็บกักสารที่จำเป็นของการสร้างสารไขกระดูก  ผ่านการผ่อนคลายตับบำรุงเส้นเอ็น ในการพัฒนา ความสูง  ผ่านการกระตุ้นข้อต่อต่างๆของร่างกาย โดยใช้จุดบริเวณข้อต่อ เพื่อให้เลือดลมมาเลี้ยงกระดูกต่างๆ นำไปพัฒนาในการสร้างกระดูกจึงเสมือนเป็นการรักษาโดยธรรมชาติอย่างแท้จริง  หลายๆคนพบว่าได้ผลการรักษาที่ดี เนื่องจาก การฝังเข็ม สามารถช่วยปรับระดับฮอร์โมนและเซลล์ที่ใช้ในการเจริญเติบโตของไขกระดูกจึงสามารถเพิ่มการเจริญเติบโตในวัยเจริญพันธุ์ โดยให้ผลออกมาเห็นได้อย่างชัดเจน  วิธีการ เพิ่มความสูง โดยการ ฝังเข็ม โดยใช้หลักการต่างๆที่กล่าวมาข้างต้น เน้นการฝังเข็ม เข้าที่จุดในเส้นลมปราณเป็นหลัก  ในเวลาเดียวกัน ก็จะเลือกจุดบริเวณข้อต่อเพื่อทำการฝังเข็มร่วมด้วย จะทำให้เกิดการพัฒนา และเจริญเติบโตของกระดูกบริเวณข้อต่อ โดยใช้ศาสตร์การแพทย์แผนจีนทางด้านการฝังเข็ม และจะส่งผลให้ดียิ่งขึ้นต้องร่วมือปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ดังนี้ *   รักษาจิตใจให้สงบ แจ่มใส มีชีวิตชีวา ไม่เครียด หมั่นออกกำลังกาย เพื่อให้ระดับการเผาผลาญอาหารที่รับประทานเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการดูดซึม และนำไปใช้ได้เร็วขึ้น นอนหลับอย่างเพียงพอ และเป็นเวลา เพื่อให้ Growth Hormone เกิดการหลั่งอย่างสมดุล รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อเป็นการรักษาภาวะโภชนาการ […]

แผ่นรองเท้า แก้ไข ขาโก่งได้จริงหรือ!

     ต่อไปนี้สาวๆ ที่มีปัญหาเรื่องขาโก่ง ขาใหญ่ ไม่ต้องอาย…เลิกปิดอีกต่อไป ! กล้าเปิดโชว์อวดเรียวขาสวยๆ กับกระโปรงหรือกางเกงมินิได้อย่างมั่นใจขึ้นแล้ว! ใครเคยสังเกตบ้าง สาวๆจำนวนมากมีปัญหาขาโก่ง น่องโต ต้นขาใหญ่  ปัญหานี้เป็นปัญหาหนักอกหนักใจของสาวๆกันพอสมควร เพราะจากการสังเกตุด้วยสายตาของเราจะเห็นได้ว่าสาวๆ ชาวจีนและญี่ปุ่น จำนวนมากไม่แพ้กันที่มีปัญหาเช่นเดียวกับเรา คนญี่ปุ่นเค้าก็เลยผลิตเป็นแผ่นรองด้านในรองเท้าที่มาช่วยแก้ปัญหานี้  เมื่อมองเผินๆแล้ว หน้าตาก็ดูเหมือนแผ่นรองรองเท้าทั่วไปและมันจะช่วยได้จริงหรือ !    แต่ที่ ” ไป๋เฉ่าคลินิก  ”   มีโปรแกรมฝังเข็มแก้ไขกระดูก       คดโก่ง   เช่น  ขาโก่ง  ขาแปล ขาสั้น-ยาว  ไม่เท่ากัน มีความพิเศษมากกว่านั้นคือ ทำการรักษาด้วยเทคนิคเฉพาะแบบรายบุคคลเพื่อปรับรูปขาให้ได้เรียวขาที่เรียวสวยได้รูปที่สุดนั่นเอง

แผนกฝังเข็มปรับโครงสร้าง

เพิ่มความสูง / ขาโก่ง / กระดูกคด/ ปรับโครงสร้าง-พัฒนาเพิ่มความสูงได้ 2-10 ซม. แก้ไขกระดูกขาโก่ง “O” และ “X” ขาสั้น-ยาวไม่เท่ากัน กระดูกหลังโก่งงอ ตัวบิดเบี้ยว ตัวเตี้ย คอสั้น คอเอียง กระดูกซี่โครงเคลื่อน หมอนรองกระดูก หน้าอกไก่กระดูกผิดรูปจากการเกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บจากเล่นกีฬา โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านประสบการณ์มามากกว่า 20 ปี ปลอดภัย ไม่เจ็บ ไม่ต้องผ่าตัด รับรองเห็นผล ด้วยวิธีการฝังเข็มช่วยกระตุ้นต่อมพิทูอิตารี ( pituitary ) เพื่อนำไปสู่การเสริมสร้างเพิ่มการผลิต (Growth Hormones) ส่งผลช่วยให้กระดูกอ่อนในร่างกายของเรามีการเจริญเติบโต ควบคู่กับการทำกายภาพบำบัดปรับโครงสร้าง และเทคนิคการรักษาพิเศษเฉพาะทาง สำคัญที่สุดคือสมุนไพรปรับความสมดุลภายในร่างกาย โปรตีน แคลเซียม สูตรพิเศษเฉพาะของคลินิก ช่วยเสริมสร้างกระตุ้นเร่งการการผลิต (Growth Hormones) ให้มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้นจึงช่วยพัฒนาเพิ่มความสูงได้อย่างปลอดภัย ช่วยปรับบุคลิกภาพให้ดีขึ้นเห็นได้อย่างชัดเจน โดยไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัด งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้ยืนยันแล้วว่า แม้กระดูกภายในร่างกายจะปิดไปแล้ว แต่หากมีการกระตุ้น ต่อมพิทูอิตารี ( pituitary ) […]

ข่าวสารด้านความงาม

เรื่องสิวๆกับเรื่องแสงๆ

ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว มีหลายปัจจัย ทั้งการใช้ชีวิตในปัจจุบันที่พบเจอกับฝุ่นควัน มลพิษ และอาจเกิดจากเราเองที่หน้ามัน ใช้เครื่องสำอาง แล้วล้างหน้าไม่สะอาด  อีกเทคโนโลยีหนึ่ง ทางการแพทย์ ที่ช่วยในการรักษาสิว โดยไม่เจ็บเลยแม้แต่น้อย คือเทคโนโลยีของ “แสง” แสงสีต่างๆ จะมีค่าพลังงานที่แตกต่างกันออกไป ที่ช่วยในการรักษาสิวได้ เพราะพลังงานของแสง  จะช่วยลดการอักเสบ และช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียตัวหนึ่งในผิวหนังที่เรียกว่า Propionibacterium ซึ่งเป็นตัวก่อสิว เมื่อฉายแสง บนผิว ในบริเวณที่เกิดสิวในระยะหนึ่ง จะช่วยทำให้สิวหายเร็วขึ้น ปกติการรักษาสิวโดยทั่วไป จะมีการใช้ยาทา และยารับประทาน ซึ่งการรับประทานยาจะมี 2 แบบคือ ยาแก้อักเสบ และการรับประทานวิตามินเอโดสสูง ซึ่งมีผลให้ผิวแห้ง แต่ช่วยให้สิวหายไวขึ้น แต่สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องทายยาไม่ได้ หรือเป็นสิวที่ไม่มากนัก หรือไม่อยากทานยา สามารถใช้แสงตัวนี้ช่วยได้ จากการวิจัยทางการแพทย์พบว่า การใช้ “แสง” ในการรักษาสิว จะช่วยให้สิวหายเร็วกว่าการรับประทานยาแก้อักเสบ แม้ไม่เท่าการได้รับวิตามินเอโดสสูง แต่จะไม่มีผลข้างเคียงในระยะยาว การรักษาสิวด้วยแสง มีหลายประเภทตามความถี่ของแสง เช่นแสงสีแดง หรือสี ฟ้า ที่ใช่บ่อยในการรักษา  ตามคุณภาพของเครื่องฉาย เครื่องฉายแสงที่มีประสิทธิภาพ อาจมีต้นทุนสูงด้านหลอดไฟที่ใช้  […]

การคุมระดับน้ำตาลช่วยลดความอ้วนได้อย่างไร

หลายคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับการลดความอ้วนโดยการงดอาหารประเภทแป้งหรือน้ำตาล วิธีการนี้ชื่อว่า แอสกิน ตั้งชื่อตามผู้ที่ได้คิดค้นวิธีการงดอาหารที่มีส่วนประกอบประเภทแป้งและน้ำตาล ซึ่งบางคนสามารถลดได้ถึง 20 กิโลกรัม ในระยะเวลาเพียง 3  สัปดาห์ จึงทำให้โรคกลัวแป้งหรืองดน้ำตาลกระจายไปทั่วโลก โดยไม่สนใจผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อร่างกาย วิธีของแอสกิน ได้ผลในระยะแรก เนื้องจากเมื่อร่างกายของเราไม่ได้รับสารอาหารประเภทแป้ง หรือน้ำตาล ร่างกายจะดึงไขมันที่สะสมไว้มาใช้เป็นพลังงานทันที จึงเป็นข้อดีสำหรับคนที่ต้องการลดไขมัน ที่สะสมมานานนับปี แต่การอดอาหารประเภทแป้งนั้น เป็นการหลอกร่างกายได้ในระยะเบื้องต้น วิธีการนี้จึงไม่ความทำเกิน 2 สัปดาห์ เนื้องจากร่างกายคนเราสามารถปรับสภาพและรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งก็คือเมื่อเราขาดสารอาหารประเภทแป้งเป็นเวลานาน ร่างจะหยุดดึงไขมันมาใช้ และลดอัตราการเผาผลาญลง ของเซลต่างๆในร่างกาย ที่สำคัญโปรตีนตามส่วนต่างๆของร่างกายจะถูกดึงมาใช้แทน ร่างกายเราจะสะสมและเปลี่ยนอาหารที่เรากินเข้าไปเป็นไขมันทันที ถึงแม้เราจะกินอาหารน้อยเพียงใดก็ตาม ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น ร่างกายของผู้ที่งดอาหารประเภทแป้งจะโทรม และกล้ามเนื้อถูกทำลาย ซึ่งน้ำหนักตัวลดลง ไม่ใช่ไขมันแต่กลายเป็นกล้ามเนื้อที่หายไป ดังนั้นการอดหรืองดอาหารประเภทแป้งจึงไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะร่างกายของคนเราต้องการโปรตีนเพื่อเสริมสร้างสิ่งที่สึกหรอ ตลอดเวลา หากไม่มีแป้งและน้ำตาลมาให้พลังงานแล้ว ร่างกายจะดึงกล้ามเนื้อมาใช้แทน ซึ่งมีผมต่อกล้ามเนื้อหัวใจของเราด้วย PaichaoClinic จึงขอแนะนำและเสนอวิธีการควบคุมระดับน้ำตาลอย่างถูกวิธี เผื่อให้ได้ผลลัพธ์ ของการลดความอ้วนควบคู่กับสุขภาพที่ดีไม่มีโยโย่ ติดต่อ

“ฝังเข็มชะลอวัย”

มีคำถามหลายคำถามจากคนไข้ว่า การฝังเข็มจะช่วยชะลอวัยได้อย่างไร ช่วยได้ค่ะโดยฝังเข็มนั้น จะกระตุ้นการหลั่งสารสื่อประสาทหลายชนิดซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งอาการเจ็บปวด ลดการอักเสบ นอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต และช่วยปรับสมดุลการทำงานของร่างกาย สาเหตุนี้เองที่ทำให้คนป่วยสมัยโบราณหายปวดและฟื้นจากการเป็นลมได้  เนื่องจากใบหน้าเป็นศูนย์รวมจุดปราณฝังเข็มที่เชื่อมกับอวัยวะภายในไว้มากที่สุด เมื่ออวัยวะภายในอ่อนแอลงไม่แข็งแรง หรือทำงานไม่สัมพันธ์กันอย่างมีสมดุล สีหน้า ความสดใสจะหายไป สภาพผิวจะถดถอยลงไปในลักษณะต่างๆ เช่น สีหน้าหมองคล้ำ ซีด มีสิว ฝ้า ผิวแห้งเกิดริ้วรอยได้ง่าย ซึ่งแสดงออกมาได้ไว และชัดเจน เมื่อปักเข็มลงไปบนจุดลมปราณบนใบหน้าทำให้เลือดมาเลี้ยงใบหน้ามากขึ้น แก้มมีสีอมชมพูสดใสตามธรรมชาติ และกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าให้แข็งแรงเหมือนได้ออกกำลังกาย ยกกระชับขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยกระตุ้นให้อวัยวะภายในที่มีลมปราณเชื่อมกับใบหน้าให้แข็งแรงขึ้นอีกด้วย นั่นคือการฝังเข็มเพื่อความงามเป็นวิธีการดูแลสุขภาพและความงามไปพร้อมกัน  อย่างไรก็ตามผลของการฝังเข็มจะทำให้ดูอ่อนเยาว์ได้มากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่ กับสุขภาพร่างกายของคุณด้วย ถ้าคุณสุขภาพแข็งแรงดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอก็จะได้ผลดีมาก บางท่านอาจดูอ่อนเยาว์ลงได้ถึง10 ปี แต่หากสุขภาพเดิมไม่ค่อยแข็งแรงจะตอบสนองได้น้อยกว่า โดยจุดฝังเข็มหลักๆๆนั้น ก็จะอยู่ที่ หัวคิ้ว  ข้างๆๆจมูก มุมปาก  หางตา  ซึ่งเป็นจุดลมปราณของทางการแพทย์แผนจีน หลายคนอาจจะกลัวฝังเข็มแร้วจะเกิดรอยช้ำไหม ก็ตอบได้ว่าอาจเกิดขึ้นได้ แต่น้อยมาก ซึ้งการเกิดรอยช้ำนั้น อาจฝังเข็มไปโดนเส้นเสือดฝอย จนแตกและเป็นรอยขึ้นได้  โดยรอยนั้นไม่ได้เป็นอันตรายใดๆและจะหายไปเองภายใน 3-4 วัน การฝังเข็มไม่ว่าจะเป็นรักษา หรือ เพื่อความสวยงาม ควรมาฝังเข็มอย่างต่อเนื่อง […]

ฝังเข็มกับโรคต่างๆ

อาการเมาเข็ม???

คนที่เคยเห็นเข็มสำหรับฝังเข็มมาแล้ว อาจรู้สึกว่าเป็นเข็มเล็ก ๆ ธรรมดาไม่น่าจะมีฤทธิ์รักษาโรคอะไรได้เลย ไม่น่ากลัว อย่างที่คิด แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยฝังเข็มมาก่อน  อาจจะมีความกลัว กลัวว่าเข็มจะเป็นแบบไหน  ใหญ่ไหม  ฝังเข็มเแล้วเจ็บไหม จะมีเลือดออกไหม ซึ่งจะมีการตั้งคำถามในใจมากมาย  คำถามเหล่านี้จะกลายมาเป็นความวิตกกังวล  ความกลัว จนเกิดเป็นความเครียดในการฝังเข็มครั้งแรกได้ ความเครียดวิตกกังวลที่เกิดขึ้นนี้ ก็จะมีอาการตามมาอีกคือ อาการเวียนศรีษะ หน้ามืด หน้าซีด  ซึ่งทางแพทย์แผนจีน การฝังเข็มจะเรียกว่า อาการเมาเข็ม อาการเมาเข็มคือ การที่ฝังเข็มเข้าไปยังจุดเส้นลมปราณแล้วมีอาการเวียนศรีษะ  ใจสั่น หน้ามืด คลื่นไส้ หน้าซีด   ซึ้งเกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยที่ไม่เคยรักษาฝังเข็มมาก่อนหรืออาจเกิดใน ผู้มีความเครียด ความกังวลมาก ตื่นกลัว  อ่อนเพลียมาก หรืออาจเกิดในผู้ที่ท้องว่างในระหว่างการลงเข็ม การแก้ไขปัญหาทำโดยรีบถอนเข็ม ทั้งหมดออกจากตัว ให้นอนราบกับพื้น นวดตามจุดศรีษะ แขนขา ดมยาดมแอมโมเนีย ดื่มน้ำอุ่น ซักพักอาการต่างๆจะหายไป เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ที่แพ้เข็ม เกิดอาการเป็นลมมักจะเป็นผู้ที่ตอบสนองต่อการฝังเข็มดีและผู้ป่วยเหล่านี้มักจะได้ผลดีในการรักษาด้วยวิธีนี้  หลังจากอาหารดีขึ้นแล้ว หมอก็สามารถฝังเข็มรักษาต่อได้ เมื่อทราบ สาเหตุและอาการเมาเข็มแล้ว เราก็ควรเตรียมป้องกัน เตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนจะมาฝังเข็ม รับประทานอาหารตามปกติตอนฝังเข็มเสมอ เพราะถ้าฝังเข็มในช่วงผู้ป่วยอ่อนเพลียหรือหิว จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นลมได้ง่าย […]

“ฝังเข็มชะลอวัย”

มีคำถามหลายคำถามจากคนไข้ว่า การฝังเข็มจะช่วยชะลอวัยได้อย่างไร ช่วยได้ค่ะโดยฝังเข็มนั้น จะกระตุ้นการหลั่งสารสื่อประสาทหลายชนิดซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งอาการเจ็บปวด ลดการอักเสบ นอกจากนั้นยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต และช่วยปรับสมดุลการทำงานของร่างกาย สาเหตุนี้เองที่ทำให้คนป่วยสมัยโบราณหายปวดและฟื้นจากการเป็นลมได้  เนื่องจากใบหน้าเป็นศูนย์รวมจุดปราณฝังเข็มที่เชื่อมกับอวัยวะภายในไว้มากที่สุด เมื่ออวัยวะภายในอ่อนแอลงไม่แข็งแรง หรือทำงานไม่สัมพันธ์กันอย่างมีสมดุล สีหน้า ความสดใสจะหายไป สภาพผิวจะถดถอยลงไปในลักษณะต่างๆ เช่น สีหน้าหมองคล้ำ ซีด มีสิว ฝ้า ผิวแห้งเกิดริ้วรอยได้ง่าย ซึ่งแสดงออกมาได้ไว และชัดเจน เมื่อปักเข็มลงไปบนจุดลมปราณบนใบหน้าทำให้เลือดมาเลี้ยงใบหน้ามากขึ้น แก้มมีสีอมชมพูสดใสตามธรรมชาติ และกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าให้แข็งแรงเหมือนได้ออกกำลังกาย ยกกระชับขึ้น นอกจากนั้นยังช่วยกระตุ้นให้อวัยวะภายในที่มีลมปราณเชื่อมกับใบหน้าให้แข็งแรงขึ้นอีกด้วย นั่นคือการฝังเข็มเพื่อความงามเป็นวิธีการดูแลสุขภาพและความงามไปพร้อมกัน  อย่างไรก็ตามผลของการฝังเข็มจะทำให้ดูอ่อนเยาว์ได้มากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่ กับสุขภาพร่างกายของคุณด้วย ถ้าคุณสุขภาพแข็งแรงดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอก็จะได้ผลดีมาก บางท่านอาจดูอ่อนเยาว์ลงได้ถึง10 ปี แต่หากสุขภาพเดิมไม่ค่อยแข็งแรงจะตอบสนองได้น้อยกว่า โดยจุดฝังเข็มหลักๆๆนั้น ก็จะอยู่ที่ หัวคิ้ว  ข้างๆๆจมูก มุมปาก  หางตา  ซึ่งเป็นจุดลมปราณของทางการแพทย์แผนจีน หลายคนอาจจะกลัวฝังเข็มแร้วจะเกิดรอยช้ำไหม ก็ตอบได้ว่าอาจเกิดขึ้นได้ แต่น้อยมาก ซึ้งการเกิดรอยช้ำนั้น อาจฝังเข็มไปโดนเส้นเสือดฝอย จนแตกและเป็นรอยขึ้นได้  โดยรอยนั้นไม่ได้เป็นอันตรายใดๆและจะหายไปเองภายใน 3-4 วัน การฝังเข็มไม่ว่าจะเป็นรักษา หรือ เพื่อความสวยงาม ควรมาฝังเข็มอย่างต่อเนื่อง […]

อัมพฤกษ์ อัมพาต” แผนจีน Vs แผนปัจจุปัน”ความต่าง 2 ศาสตร์ที่เหมือนกัน

อัมพฤกษ์ อัมพาต  ในทางแพทย์จีน กล่าวถึงโรคที่มีลักษณะเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เกิดเร็ว มีอาการหลายรูปแบบ ชักกระตุก หมดสติ มีสาเหตุจากลม การที่ผู้ป่วยหลังตื่นนอนพบว่ามีอาการปากเบี้ยว ตาปิดไม่สนิท หน้าเบี้ยว หรือยกแขนขาซีกหนึ่งไม่ขึ้น หรือบางรายขณะประชุมเครียดหมดสติไปทันที เป็นอาการที่เกิดอย่างเฉียบพลัน เป็นการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว จึงเรียกว่า กระทบลม (ซึ่งอาจเกิดจากลมภายในหรือลมภายนอกก็ได้) แพทย์จีนเรียกว่า จ้งเฟิง   ทางแผนจีนให้ความสำคัญของสัญญาณการเกิดจ้งเฟิงหลายอย่างนอกจากแผนปัจจุบัน (ซึ่งมักมีอาการชัดเจนแล้ว) เช่น อาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะเป็นพักๆ มีเสียงลมในหูเป็นพักๆ ความจำเสื่อมเฉียบพลันในคนที่มีความจำดีมาก่อน มือสั่นเป็นเวลานาน มือชา ตากระตุก กล้ามเนื้อเกร็ง ทั้งหมดที่กล่าวล้วนมีสาเหตุที่ไม่ชัดเจน ซึ่งสะท้อนภาวะเลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอเป็นพักๆ ส่วนในทางแพทย์แผนปัจจุปัน อัมพฤกษ์ อัมพาต จะเกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดในสมองมีการอุดตัน ตีบ หรือแตกครับ  ซึ่งทำให้เลือดนำออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์สมองบางพื้นที่ไม่ได้  ทำให้เซลล์สมองบริเวณที่เลือดไม่ไปเลี้ยงตายและทำให้ร่างกายที่ถูกควบคุมโดย เซลล์สมองนั้นไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ เซลล์สมองจะเริ่มตายภายในไม่ถึงนาที สาเหตุของอัมพฤกษ์ อัมพาต มีอยู่ 2 สาเหตุหลักๆๆคือ ที่เกิดจากหลอดเลือดในสมองตีบ จะเกิดขึ้นเมื่อมีลิ่มเลือดที่แข็งตัวอุดตันในหลอดเลือดที่สมอง และอัมพฤกษ์ อัมพาต ที่เกิดจากหลอดเลือดในสมองแตก  จะเกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองเกิดการแตกครับ  […]

การนวดกับสุขภาพ

กดจุดหยุดโรค(อาการท้องผูก)

ปัญหาท้องผูกส่วนใหญ่ เกิดจากการ นิยมรับประทานอาหารที่มีกากอาหารน้อยซึ่งได้แก่อาหารจำพวกแป้งและเนื้อสัตว์ และไม่นิยมรับประทานอาหารที่มีกากอาหารมากได้แก่พวกผัก , ผลไม้ ชึ่งมีส่วนช่วยในการขับถ่าย , การดื่มน้ำน้อยก็เป็นสาเหตุของท้องผูกได้นิสัยการขับถ่ายก็มีส่วนทำให้เกิดท้องผูกได้ ผู้มีอาการท้องผูก บางคนถ่ายอุจจาระไม่สม่ำเสมอไม่ฝึกอุปนิสัยการขับถ่ายก็อาจทำให้ท้องผูกได้ , ยาบางชนิดอาจทำให้เกิดอาการท้องผูกซึ่งถ้าหยุดยาชนิดนั้น ๆ แล้วจะทำให้ท้องผูกดีขึ้น , สำหรับคนสูงอายุมักจะมีแนวโน้มที่จะเกิดอาการท้องผูกได้มากกว่าวัยอื่น ๆ อาจเป็นเพราะมีกิจกรรมน้อยลงและทานอาหารที่มีกากอาหารน้อยเนื่องจากฟันไม่ดี หรือเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสารบางชนิดในสมองซึ่งมีส่วนทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ มาดูวิธีช่วยให้อาการท้องผูกดีขึ้น ด้วยศาสตร์โบราณ การกดจุดแบบแผนจีน วิธีกดจุดรักษาท้องผูก ตำแหน่งจุด จุดอิ๋งเซียง อยู่ข้างจมูก จุด อิ๋งเซียงเป็นจุดบนเส้นลมปราณลำไส้ใหญ่ มีแนวเส้นทอดจากโคนนิ้วชี้ด้านนอกขึ้นไปตามแขนด้านนอก ผ่านไหปลาร้าไป คอ ปาก สู่โหนกแก้มด้านตรงข้าม และมีแขนงแยกจากไหปลาร้าไปสู่ปอดและลำไส้ใหญ่ (ดูตามรูป) วิธีกดจุด ใช้นิ้วชี้กดตรง จุดอิ๋งเซียงทั้ง 2 ข้างพร้อมๆ กันพอรู้สึกชา นานประมาณ 5-10 นาทีเมื่อต้องการถ่าย (อาจรู้สึกเจ็บหรือชาบริเวณที่กดบ้าง) หากบริเวณที่กดเล็กเกินไปทำให้กดลำบากก็ให้ใช้วิธีนวดโดยนวดรอบๆ จุด  หรืออาจใช้นิ้วหัวแม่มือกดทำนองเดียวกันโดยไขว้มือก็ได้ วิธีดูแลตนเองเมื่อมีอาการท้องผูก 1.กินอาหารที่มีกากใยมากๆ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช […]

นวดบำบัดด้วยอโรมาเทอราพี (Aromatherapy)

     เป็นการนวดแบบตะวันตก ที่ใช้น้ำมันนวดที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหย ผสานด้วยเทคนิคการนวดเฉพาะอย่างที่ช่วยสร้างสุนทรียภาพทางอารมณ์ มีส่วนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ลดความตึงเครียด ทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ส่งผลให้รู้สึกสดชื่นคืนความสมดุลที่ขาดหายนอกจากนี้การสูดดมกลิ่นน้ำมันหอมอโรมา ยังมีผลต่อด้านจิตใจ โดยโมเลกุลของน้ำมันหอมระเหย ทำให้เกิดกระแสประสาทส่งต่อไปยังส่วนของสมอง ซึ่งโมเลกุลของน้ำมันหอมระเหยจะทำให้สมองปลดปล่อยสารต่าง ๆ ทำให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ลดความเจ็บปวด ทำให้จิตใจสงบ และทำให้ผิวพรรณเปร่งปรั่งนุ่มนวลสดใส มีกลิ่นหอมติดผิวกาย และช่วยลดอาการแก้ปวดเมื่อยล้าตามส่วนต่างๆของร่างกาย น้ำมันหอมระเหยที่ใช้นวดมาจากการนำน้ำมันที่สกัดได้จากพืชต่าง ๆ อาทิ งาขาวบริสุทธิ์ และน้ำมันนวดที่ได้นี้จะผ่านกรรมวิธีการขจัดสีและกลิ่นออกไป น้ำมันที่ได้จึงปราศจากสีและกลิ่น จากนั้นจึงนำมาผสมด้วยสารสกัดจากพืชผลไม้ ตามต้องการเพื่อเป็นอาการเสริมบำรุงผิว เช่น สารสกัดจากอโวคาโด แตงกวา ว่านหางจรเข้ เป็นต้น และจึงแต่งกลิ่นด้วยน้ำหอมเช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นกุหลาบ ฯลฯ กลายมาเป็นน้ำมันหอมระเหย ที่ใช้นวด Aromatherapy   เมื่อร่างกายได้รับน้ำมันหอมระเหย แล้วสารเหล่านี้หายไปไหน น้ำมันหอมระเหยเป็นโมเลกุลขนาดเล็กจึงสามารถซึมผ่านชั้นผิวหนังได้ง่าย และรวดเร็วและสามารถละลายในไขมันได้ดี โดยโมเลกุลของน้ำมันหอมระเหยที่ซึมผ่านชั้นผิวหนังแล้วก็จะเข้าสู่กระแส เลือดผ่านทางเส้นเลือดฝอย ที่ชั้นของผิวหนังนี้เองจะมีปลายประสาทและหลอดน้ำเหลือง ทำให้เวลาที่เรานวดโมเลกุลของน้ำมันหอมระเหยมีโอกาสสัมผัสปลายประสาทและเกิดการส่ง ข้อมูลไปสู่สมองเช่นเดียวกับการสูดดม และส่วนหนึ่งของน้ำมันหอมระเหยที่ซึมผ่านผิวหนังผ่านทางการนวดก็จะเดินทางเข้าสู่ระบบน้ำ เหลืองและไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายผ่านระบบเลือดและน้ำเหลือง ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับรู้สัมผัสถึงความผ่อนคลายทั้งหมด ซึ่งโมเลกุลของน้ำมันหอมระเหยนี้จะอยู่ในร่างกายประมาณ 20 […]

“นวดเท้า”รักษาโรคอย่างน่าอัศจรรย์

“เท้า” ก็เป็นอวัยวะที่มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่า ตับ ปอด ม้าม หัวใจหรือว่าลำไส้ใหญ่อวัยวะเหล่านั้นเลย เพราะมันสามารถสะท้อนหรือบ่งบอก “สุขภาพ” ของ ผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว…แค่นำฝ่าเท้าทั้งสองประกอบเข้า ด้วยกัน จะปรากฏโครงสร้างที่สมบูรณ์ของร่างกายมนุษย์ซึ่งเป็นเสมือนกระจกสะท้อน อวัยวะภายในร่างกาย ถ้าร่างกายบกพร่องแค่ 5-10% เท้าก็สามารถบ่งบอกโรคได้ ไม่ต้องดูอื่นไกล เท้าแห้ง เท้าตาปลา ก็ส่อถึงระบบภายในบางส่วนบกพร่องเสียสมดุล ฝ่าเท้าของคนเราเป็นจุดสิ้นสุดของเส้นปลายประสาทต่างๆๆ  ซึ่งเราจะใช้นิ้วมือ หรือ อุปกรณ์อื่นๆมากด นวด  บีบ จุดสะท้อน ซึ่งการกด นวด ตามจุดนั้นจะเป็นการรักษา ร่างกาย ใบหน้า อวัยวะในจุดที่เป็นโรค หรือที่ไม่ปกติ ก็จะดีขึ้นตามลำดับ การนวดกดจุดฝ่าเท้าจะเป็นการช่วยให้ระบบการไหลเวียนของโลหิตไปยังอวัยวะ ต่างๆ ภายในร่างกายดีขึ้น ส่งผลให้มีการขับถ่ายของเสียออกจากเซลล์และปรับสภาวะสมดุลของร่างกาย ทำให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น ในการนวดกระตุ้นเพื่อรักษาโรค ไม่ว่าจะนวดเพื่อรักษาโรคใดๆ ก็ตาม จะต้องนวดกระตุ้นพื้นที่สะท้อนของเส้นประสาทช่องท้อง (บริเวณกลางฝ่าเท้า) ก่อนทุกครั้งประมาณ 3-5 นาที เพราะจะทำให้ระบบประสาทภายในร่างกายเกิดอาการผ่อนคลายและช่วยให้ผลการรักษา ดีขึ้น จากนั้นจึงนวดกระตุ้นพื้นที่สะท้อนบริเวณอื่นๆ ตามต้องการต่อไประยะเวลาในการนวดกระตุ้นจะใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที อาจจะมากหรือน้อยแตกต่างกันไปตามลักษณะอาการของผู้ป่วยแต่ละราย […]

บทความที่น่าสนใจ

โรคเบาหวาน ในทางแพทย์แผนจีน

| February 21, 2014

        เบาหวาน ในทางแพทย์แผนปัจจุปัน เกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ อันส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงเกิน โรคเบาหวานจะมีอาการเกิดขึ้นเนื่องมาจากการที่ร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลได้อย่างเหมาะสม ซึ่งโดยปกติน้ำตาลจะเข้าสู่เซลล์ร่างกายเพื่อป็นพลังงานภายใต้การควบคุมของฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งผู้ที่เป็นโรคเบาหวานร่างกายจะไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลที่เกิดขึ้นทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ในระยะยาวจะมีผลในการทำลายหลอดเลือด ถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่สภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้           เบาหวาน ในศัพท์แพทย์แผนจีน มีชื่อว่า “เซียวเข่อ“ คือ มีอาการดื่มมาก กินมาก ปัสสาวะมาก และปัสสาวะมีรสหวาน ผู้ป่วยในแต่ละรายมีความรุนแรงของโรคในแต่ละอวัยวะไม่เหมือนกันซูบผอม สาเหตุพื้นฐานเกิดจาก”ยินพร่อง” ร่วมกับวิถีการดำเนินชีวิตไม่ได้สมดุล โดยเฉพาะจากอาหารการกิน อารมณ์ ความเครียด และมีเพศสัมพันธ์ที่มากเกินไป ผลที่ตามมาคือ ยินพร่องมีความร้อนแห้งในอวัยวะภายใน ตามด้วย”การพร่องของยินและพลัง” และท้ายสุดคือ การเสียทั้งไตยิน ไตหยางของร่างกาย ภาวะแห้งร้อนและยินพร่อง ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานมีอาการแสดงออกมากมาย รวมทั้งเกิดเสมหะและเลือดอุดกั้น มีอาการแทรกซ้อนมากมาย เช่น ที่ตา ต้อกระจก ที่หู ก็หูอื้อ หูมีเสียง ที่ปลายมือปลายเท้า หัวใจ ไตเสื่อม ไตวาย แผลเน่าเปื่อยเรื้อรัง เป็นต้น […]

Continue Reading

การบำบัดไมเกรนแบบผสมผสานร่วมกับการฝังเข็ม

| February 17, 2014

มีผลการศึกษาในออสเตรเลียที่ใช้ CoQ10 ร่วมในการรักษาความดันโลหิตสูง ด้วยการใช้ปริมาณตั้งแต่ 34 ถึง 225 mg ต่อวัน พบว่ามีผลลดความดัน systolic ได้เฉลี่ย 11-17 mmHg และลดความดัน diastolic ได้เฉลี่ย 8-10 mmHg   โดยอธิบายว่า CoQ10มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยลดความเสียหายภายในหลอดเลือดแดงที่เกิดจากอนุมูลอิสระซึ่งทำให้ผนังหลอดเลือดหดตัว นายแพทย์ Stephen Sinatra เคยเจอคนไข้ไมเกรนบางคนที่ใช้วิธีบำบัดอะไรก็ไม่ได้ผล ก็เลยลองนำผลการศึกษาเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ โดยได้วิเคราะห์และสรุปข้อดีของส่วนประกอบที่ใช้บำบัดไมเกรนโดยไม่ใช้ยาเลย ออกมาดังนี้ 1) เพราะCoQมีผลช่วยลดความดันโลหิต จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้บำบัดอาการปวดหัวไมเกรนได้ 2) เพราะ CoQ10มีความสำคัญมากกับกล้ามเนื้อหัวใจ 3) นอกจากนี้ยังมีผลการศึกษาระยะหลังๆที่พบว่าประสิทธิภาพระบบการเผาผลาญภายในไมโตคอนเดรีย (mitochondria) ของเซลล์สมองและเซลล์ประสาท ที่บกพร่อง ให้พลังงานไม่พอเพียง อาจเป็นสาเหตุของไมเกรนได้ อันนับว่ามีเหตุผลมากเพราะพลังงานที่บกพร่องภายในไมโตคอนเดรีย (mitochondria)ของกล้ามเนื้อหัวใจและผนังหลอดเลือดก็ทำให้เกิดกลุ่มอาการต่างๆของโรคหัวใจได้เช่นกัน มีผลทางคลีนิคสนับสนุนว่าหลังจากบำบัดอาการโรคหัวใจให้ดีขึ้น ก็มีผลให้อาการปวดหัวไมเกรนลดลงได้ไปพร้อมๆกัน 4) วิตามิน B2 (Riboflavin) มีคุณสมบัติเสริมประสิทธิภาพการเผาผลาญพลังงานภายใน mitochondria อยู่แล้วโดยธรรมชาติ ดังนั้นปัจจุบัน […]

Continue Reading